เดชคัมภีร์เทวดา หนังที่โชว์ฉากต่อสู้สวยงาม แต่บทพูดบางช่วงกลับไม่ทรงพลัง
เดชคัมภีร์เทวดา หนังที่โชว์ฉากต่อสู้สวยงาม แต่บทพูดบางช่วงกลับไม่ทรงพลัง “เดชคัมภีร์เทวดา” คือหนังที่เปรียบเสมือนบทกวีแห่งยุทธภพ ฉากต่อสู้ถูกออกแบบอย่างประณีตดั่งการร่ายรำ ทว่าพลังของคำพูดที่ควรสะท้อนจิตวิญญาณนักสู้กลับแผ่วเบากว่าที่คาดหวังบทรีวิว : “เดชคัมภีร์เทวดา” เปิดม่านขึ้นด้วยบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความลึกลับและกลิ่นอายของยุทธภพโบราณ หนังวางรากฐานเรื่องราวบนตำนานคัมภีร์ที่เชื่อกันว่า ใครได้ครอบครองจะก้าวสู่ความไร้เทียมทาน ฉากแรกพาผู้ชมดิ่งเข้าสู่โลกที่เต็มไปด้วยคมดาบและการห้ำหั่น แต่สิ่งที่โดดเด่นที่สุดคือ ความงามของงานภาพ — ทุกการเหวี่ยงดาบเหมือนลายเส้นพู่กันจีน ทุกการเคลื่อนไหวราวกับสายน้ำที่ไหลไม่หยุดหย่อนสิ่งที่หนังทำได้ดีจนไม่อาจละสายตา คือ งานออกแบบคิวบู๊และฉากต่อสู้ การประลองในลานกว้างที่เต็มไปด้วยฝุ่นควัน ให้ความรู้สึกหนักแน่น ขณะที่การต่อสู้บนยอดเขา ท่ามกลางม่านหมอก กลับให้ความรู้สึกล่องลอยคล้ายความฝัน หนังทำให้ “การต่อสู้” ไม่ใช่แค่ความรุนแรง แต่เป็นศิลปะที่เต็มไปด้วยลีลา เปรียบเหมือนคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่ง บางระลอกนุ่มนวล บางระลอกเชี่ยวกรากอย่างไรก็ตาม แม้ฉากต่อสู้จะเร้าใจและชวนตะลึง แต่เมื่อหนังพยายามหยุดพักให้ตัวละคร สื่อสารผ่านบทพูด กลับกลายเป็นจังหวะที่สะดุด หลายบทสนทนาถูกออกแบบให้เป็นถ้อยคำลึกซึ้ง มีความหมายต่อโชคชะตาและศักดิ์ศรีนักสู้ ทว่ากลับไม่ก่อให้เกิดแรงสั่นสะเทือนอย่างที่ตั้งใจ บางครั้งคำพูดที่ควรเป็นดั่งคมดาบ